5 วิธีบอกลา “สะเก็ดเงิน” จากคำแนะนำของแพทย์ผิวหนัง

เนื่องจากแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุที่แท้จริงของสะเก็ดเงินได้ แต่สาเหตุหนึ่งที่เชื่อว่าทำให้เกิดปัญหาสะเก็ดเงินคือการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างผิดปกติต่อองค์ประกอบบางอย่างของผิวหนัง ทว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้น  ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดและอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้าอย่างกว้างขวาง ศ.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า “ปัจจัยทางพันธุกรรมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องเนื่องจากพบว่ามีเพียงสมาชิกในบางครอบครัวเท่านั้นที่เป็นสะเก็ดเงิน  และพบว่าประมาณครึ่งหนึ่งของผู้มีปัญหาสะเก็ดเงินจะมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคนในเครือญาติที่ป่วยเป็นสะเก็ดเงินเช่นเดียวกัน

การเกิดผื่นมักเริ่มจากมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น ได้แก่ อารมณ์เครียด การบาดเจ็บของผิวหนัง (รอยฉีกขาด รอยแกะ  รอยเกา เป็นต้น)  อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส   การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน (ผื่นมักเริ่มเกิดในช่วงแตกเนื้อหนุ่มหรือเป็นสาว)  และยาบางชนิด (พบได้น้อย)   ผู้มีปัญหาสะเก็ดเงินจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นเท่าที่จะสามารถทำได้”

ดังนั้นเมื่อยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด วิธีการควบคุมดูแลที่ดีที่สุด คือพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดปัญหาสะเก็ดเงินนั่นเอง ดังนี้

 

1.พยายามดูแลผิวหนังไม่ให้บาดเจ็บ และหลีกเลี่ยงการรบกวนผิวหนังอย่างรุนแรง จากการแกะ เกา หรือขัดถูจนผิวหนังระคายเคือง

 

2.ควบคุมน้ำหนัก อย่าให้อ้วน เพราะคนอ้วนมีระดับไขมันสูง และถูกตั้งข้อสังเกตว่าความอ้วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคสะเก็ดเงิน เนื่องจากพบว่าตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสะเก็ดเงินจะสร้างได้ดีในเซลล์ไขมัน ดังนั้นยิ่งอ้วนยิ่งไขมันเยอะ ยิ่งเพิ่มโอกาสลุกลามของสะเก็ดเงิน และเกิดความยากลำบากในการดูแลรักษาผื่นที่เกิดขึ้นตามซอกหลืบรอยพับต่างๆ ของผิวหนัง

 

3.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปขยายหลอดเลือด ส่งผลให้ลิมโฟไซต์ ชนิด T cells (ทำหน้าที่ในการต่อสู้กับเชื้อโรค) ที่อยู่ในเม็ดเลือดขาวถูกกระตุ้นให้ทำงานมากเกินไป ทำให้เซลล์หนังกำพร้าเกิดการแบ่งตัวและเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วผิดปกติ จนก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง ลุกลามมากขึ้นกว่าเดิม

 

4. ควบคุมอารมณ์และความเครียดจากปัญหาในชีวิตประจำวัน ซึ่งการออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยลดความเครียดลงได้ ทั้งยังควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมในแต่ละวัน

 

5. ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาบางชนิดที่อาจมีผลต่อสะเก็ดเงิน เช่น ยาลดความดัน ยาลิเทียม ยาต่อต้านมาลาเรีย ยาลดความดันโลหิต ยาในกลุ่มลดการอักเสบ ยารักษาโรคทางจิตเวช ยาแก้ปวดข้อปวดกระดูก เป็นต้น

Visitors: 23,647