รู้ไว้! ผลเสียที่เกิดจากการใช้ “สเตียรอยด์”

สเตียรอยด์ เป็นกลุ่มฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นในปริมาณเล็กน้อยเพื่อทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ และภูมิคุ้มกันในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ สเตียรอยด์ที่ร่างกายผลิตถือเป็นสิ่งมีประโยชน์มาก แต่สเตียรอยด์ที่สังเคราะห์เลียนแบบธรรมชาตินั้น หากใช้ไม่ถูกต้องอาจเกิดโทษที่ส่งผลร้ายมากมายทีเดียว ยากลุ่มสเตียรอยด์สามารถแบ่งตามรูปแบบของการใช้ยาได้เป็น 2 ประเภท คือ

         1.ประเภทใช้ภายนอก แบ่งตามรูปแบบของยา ได้แก่ ยาทา เช่น ครีม, ขี้ผึ้ง, โลชั่น สำหรับรักษาผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน ยาพ่นจมูก สำหรับรักษาภูมิแพ้ที่มีอาการทางจมูก ริดสีดวงจมูก ยาพ่นคอ สำหรับรักษาโรคหอบหืด ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู สำหรับรักษาภูมิแพ้หรืออาการอักเสบที่ตาและหู

สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอกนั้นออกฤทธิ์เฉพาะที่ เมื่อได้รับยากลุ่มนี้ต้องใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เช่น ยาทาให้ใช้เฉพาะบริเวณที่เป็นผื่น ไม่ทาลงบนผิวหนังปกติ ไม่ทาหนา ไม่ทาเป็นบริเวณกว้าง และไม่ทาต่อเนื่องเป็นเวลานาน  ส่วนการใช้ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู ก็ให้ใช้เฉพาะข้างที่เป็น ด้วยจำนวนหยด จำนวนครั้ง และระยะเวลาตามคำสั่งของการใช้ยา ยาพ่นจมูก และยาพ่นคอไม่พ่นบ่อยเกินกว่าที่กำหนด ถ้าใช้ยาถูกต้องตามคำแนะนำ ยาภายนอกเหล่านี้มักจะไม่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง  

         2. ประเภทกินและฉีด  ถึงแม้จะมีสเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอกมากมาย แต่การรักษาโรคหรือภาวะบางอย่าง จำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาฉีดเท่านั้น เช่น อาการแพ้บางชนิด โรคหืดชนิดรุนแรง โรคภูมิคุ้มกันไว ผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เป็นต้น เช่นเดียวกับยาใช้ภายนอก ถ้ากินหรือฉีดยาสเตียรอยด์ในขนาดน้อยๆ เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็ไม่ทำให้เกิดอาการที่รุนแรง แต่ถ้ากินหรือฉีดต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดผลเสียที่รุนแรงหลายประการด้วยกัน  ได้แก่ ภาวะติดเชื้อ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปัญหาที่เกิดกับตับและไต เป็นต้น

ยาในกลุ่มสเตียรอยด์นี้มักให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว จนได้รับการขนานนามว่าเป็นยามหัศจรรย์ ผู้ใช้ยาจึงเกิดความรู้สึกพึงพอใจ แต่ยิ่งใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ อาการไม่พึงประสงค์ของสเตียรอยด์ก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะมาพร้อมกับความรุนแรงของโรคที่เป็นอยู่นั่นเอง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์แล้วหันมาพึ่งพาสมุนไพรธรรมชาติ น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

 

 

 

Visitors: 23,647