5 วิธีดีๆ หนีให้ไกลจาก “สะเก็ดเงิน”

1 หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด  ผลการศึกษาวิจัยจาก Brigham and Women’sHospital และ Harvard Medical School พบความเสี่ยงของโรคสะเก็ดเงินที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้หญิงที่ชอบดื่มเบียร์ โดยพบว่าผู้ที่ดื่มเบียร์อย่างน้อย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงที่จะเป็นสะเก็ดเงินเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ดื่ม ดังนั้น จงหยุดดื่มแอลกอฮลล์และหยุดสูบบุหรี่ซะ  หากไม่อยากต้องมานั่งคันคะเยอกับผื่นสะเก็ดเงินที่กำเริบรุนแรง

 

2 พยายามดูแลผิวของคุณให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ผิวที่ขาดการดูแลจนแห้งกร้าน เป็นสัญญาณว่าผิวขาดความชุ่มชื้น ถือเป็นการซ้ำเติมทำร้ายผิว โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาสะเก็ดเงิน ควรดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ปราศจากสารสเตียรอยด์  อาจเลือกครีมหรือขี้ผึ้งที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ที่ให้สรรพคุณในการช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นแก่ผิว หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาสะเก็ดเงินโดยเฉพาะ

 

3 หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมซึ่งเป็นสารเคมี อาจทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะหากคุณมีปัญหาสะเก็ดเงิน หรือเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรระมัดระวังและพยายามเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม น่าจะปลอดภัยกว่า

 

4 จัดการกับความเครียด ความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล ความโกรธ ความกลัว หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว เหล่านี้ส่งผลให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลงได้มีโรคเรื้อรังมากมายที่มีสาเหตุเกิดจากความเครียด ปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังอย่างสะเก็ดเงินเองก็เช่นกัน ลองปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดของตัวเองให้เป็นบวก เพื่อให้เกิดความเครียดน้อยลง หรือหันไปนั่งสมาธิ ดูหนังฟังเพลง อออกกำลังกาย นอกหลับพักผ่อนให้ก็สามารถช่วยให้จิตใจผ่อนคลายหายเครียดได้

 

5 งดอาหารแสลง มีผลงานวิจัยหลายฉบับที่ยืนยันว่าอาหารส่งผลต่อระดับการกำเริบของสะเก็ดเงิน นักโภชนาการต่างแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาสะเก็ดเงิน และภูมิแพ้ผิวหนัง ปรับเปลี่ยนเรื่องอาหารการกิน โดยแนะนำให้ เลี่ยงเนื้อแดง ผลิตภัณฑ์นม อาหารหวานจัด เค็มจัด  ของหมักดอง อาหารแปรรูป เพราะอาหารเหล่านี้ อุดมไปด้วยแป้ง เกลือ น้ำตาล และไขมัน  ให้แคลอรีสูง แจ่คุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องความอ้วนไขมันสูงนั้น ปัจจุบันถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นให้เกิดการลุกลามสะเก็ดเงินอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

 

 

Visitors: 25,935