การดูแล

        เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทราบเพียงว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรมความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันและปัจจัยกระตุ้นภายนอก ทำให้มีการแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วขึ้นผิดปกติ ดังนั้นการดูแลใส่ใจสุขภาพตนเอง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ดูแลสุขอนามัยเพื่อลดการติดเชื้อต่างๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ รู้จักควบคุมความเครียด น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลตนเองให้ห่างไกลจากสะเก็ดเงิน

 

แนวทางในการดูแลสะเก็ดเงินจากแพทย์แผนปัจจุบัน

         ขึ้นกับความรุนแรง หากมีความรุนแรงน้อย จะใช้ยาทา แต่หากมีความรุนแรงมาก จะใช้ยารับประทานหรือฉายแสงอาทิตย์เทียม หรืออาจจะใช้ร่วมกันระหว่างยารับประทานและฉายแสงอาทิตย์เทียม ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมในการดูแลสำหรับผู้ที่มีอาการแต่ละคน

  1. ยาทาภายนอกมีหลายชนิด ได้แก่ ยาทาคอติโคสเตียรอยด์ น้ำมันดินแอนทราลิน หรืออนุพันธ์วิตามินดี และยาทาในกลุ่ม calcineurin inhibitor (tacrolimus, pimecrolimus) เป็นยากลุ่มใหม่ที่นำมาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากยาทาคอติโคสเตียรอยด์ แต่ยังไม่แพร่หลายเนื่องจากยามีราคาแพง
  2. ยารับประทานที่ใช้บ่อยในประเทศไทยมี 3 ชนิดได้แก่ เมทโทเทรกเสทอาซิเทรติน และไซโคลสปอริน
  3. การฉายแสงอาทิตย์เทียมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี โดยจะใช้รังสีอัลตราไวโอเลตซึ่งปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดคือ รังสีอัลตราไวโอเลต A และรังสีอัลตราไวโอเลต B
  4. ยาฉีดชีวภาพ เป็นวิธีที่ใช้มาประมาณ 10 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนอง หรือได้รับผลข้างเคียงจากการทั้ง 3 วิธีข้างต้น

          ทั้งนี้ผู้มีปัญหาสะเก็ดเงินควรดูแลตัวเอง โดยการควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน หลีกเลี่ยงจากความเครียด การอดนอน การติดเชื้อ การเจ็บป่วย การเกา เนื่องจากไปกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ ดังนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ควรดูแลผิวหนังให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ

 

แนวทางการดูแลสะเก็ดเงินจากแพทย์ทางเลือกเป็นอย่างไร

          แพทย์ทางเลือกเชื่อว่าสะเก็ดเงินเกิดจาก…

  • ร่างกายไม่สมดุลโดยอาจจะมีสภาพเป็นกรดจากอาหารหรือกิจวัตรที่ชอบ ควรกลับมาดูแลเรื่องสมดุลอาหาร สมดุลชีวิต
  • ร่างกายได้รับสารเคมีทำให้เลือดและระบบน้ำเหลืองไม่ปกติ ควรเน้นขับพิษล้างลำไส้ ดูแลระบบขับถ่าย
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ อาจเกิดจากโรคที่เป็นอยู่ก่อน หรืออุบัติเหตุที่ทำให้สภาพร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ควรเน้นการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

          แพทย์ทางเลือกจะเน้นดูแลทั้งภายนอกและภายในควบคู่กันไป อาจใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะต้องรอภาวะที่ร่างกายถอนสเตียรอยด์หลังจากหยุดใช้ยา ตอบไม่ได้ว่าต้องใช้เวลากี่เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าผ่านการใช้ยามานานและมากน้อยแค่ไหน เมื่อตัดสินใจเลือกวิธีดูแลสะเก็ดเงินในแบบแพทย์ทางเลือก ควรเริ่มต้นจากการศึกษาพิจารณาเกี่ยวกับตนเองดังนี้...

  1. ควรจะต้องทราบว่ายาที่ใช้อยู่คือยาอะไร มีผลข้างเคียงอย่างไร ส่วนใหญ่ปัญหาที่พบคนไข้ไม่ทราบว่าคุณหมอจ่ายยาอะไรมาให้ทา
  2. หาสาเหตุและปัจจัยที่แท้จริงของการเกิดสะเก็ดของตนเองเพื่อจะได้ดูแลตัวเองให้ถูกทางและดียิ่งขึ้น เช่นเกิดจากปัจจัยจากอาหารหรือสภาพแวดล้อม หรือความแข็งแรงของสภาพร่างกาย
  3. วิธีลดการใช้สเตียรอยด์ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดสารสเตียรอยด์กะทันหัน  และการยอมรับภาวะที่ร่างกายอยู่ในภาวะถอนสเตียรอยด์ 
  4. ระยะการถอนสเตียรอยด์ ผื่นสะเก็ดเงินจะกำเริบ ช่วงนี้อาจกินเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน สภาพผื่นของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมจะมีอาการผิวแห้งแดง ช้ำง่าย ตึง คัน บวม หรือมีผื่นขึ้นมากกว่าปกติ ช่วงนี้ต้องเน้นให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวเป็นพิเศษ 
  5. ใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณในการช่วยดูแลผิวหนังภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแชมพูสมุนไพร, ครีมสมุนไพร และเซรั่มสมุนไพร ฯลฯ
  6. เมื่อผ่านภาวะถอนสเตียรอยด์ แนะนำให้เน้นไปที่การขับพิษร้อน น้ำเหลืองเสียในร่างกาย ร่วมกับการล้างลำไส้โดยสามารถเลือกรับประทานสมุนไพรที่มีคุณสมบัติดังกล่าว อาทิ น้ำใบย่านาง น้ำใบบัวบก น้ำคลอโรฟิลล์ชุมเห็ดเทศ หญ้าปักกิ่ง เจียวกู่หลาน รางจืด โดยเลือกสารสกัดจากสมุนไพร จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และผ่านอย. ควรเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อจะได้วินิจฉัยการทำงานของสมุนไพรได้ชัดเจน และป้องกันไตไม่ให้ทำงานหนักเกินไป ช่วงนี้จะมีผื่นขึ้นมาตามปกติ หรือมากกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายภายของแต่ละคน
  7. งดรับประทานอาหารแสลงและกิจวัตรประจำวันที่กระตุ้นการเกิดสะเก็ดเงิน รวมถึงเริ่มออกกำลังกายได้ ตั้งแต่การตัดสินใจเลือกใช้วิธีแพทย์ทางเลือก

          ทั้งนี้อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี ต้องดูแลทั้งภายนอกและภายในร่วมกัน ที่สำคัญต้องมีความอดทนและมีวินัยจำไว้ว่าสะเก็ดเงินนั้น เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ เกิดจากอาหารที่เรารับประทาน และจากกิจวัตรที่เราทำเป็นประจำ ไม่ใช่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

 

ข้อควรปฎิบัติเมื่อรู้ตัวว่ามีปัญหาสะเก็ดเงิน

      วิธีดูแลผื่นสะเก็ดเงินภายนอก

  • ผลัดลอกเซลล์ผิวหนังโดยวิธีธรรมชาติ เช่น แช่น้ำดอกเกลือ เพื่อให้ผื่นบางลง และผิวหนังสามารถซึมซับยาทาได้ดีขึ้น
  • ใช้แชมพูสมุนไพรเพื่อสระผมและอาบน้ำ เพื่อผลัดลอกเซลล์ผิว 
  • ให้ความชุ่มชื่นกับผิวโดยใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันมะกอก เบบี้ออยล์ หรือเจลว่านหางจระเข้
  • ทาผิวด้วยครีมที่ไม่มีสารสเตียรอยด์ ได้แก่ ครีมสมุนไพร หลังจากอาบน้ำด้วยแชมพูสมุนไพรแล้ว
  • สำหรับหนังศีรษะ เมื่อสระผมด้วยแชมพูสมุนไพรแล้ว แนะนำให้หยอดศีรษะด้วยเซรั่มสมุนไพร

 

      วิธีดูแลผื่นสะเก็ดเงินจากภายใน 

  • ควรควบคุมอาหารเเละงดอาหารแสลง เนื่องจากคนเป็นสะเก็ดเงิน สร้างเซลล์ผิวหนังทุกๆ 2-4 วัน ในขณะที่คนปกติสร้างผิวหนังทุกๆ 28 วัน การควบคุมอาหารที่ดีจะทำให้ผื่นสงบได้ถึง 70-80%
  • งดอาหารทะเลที่มีเปลือกแข็ง เช่น ปู กุ้ง หอย (ปลาทานได้)
  • งดปลาที่ไม่มีเกล็ดและปลาที่เลี้ยงด้วยฮอร์โมน เช่น ปลาทับทิม
  • งดเนื้อสัตว์ย่อยยาก เช่น ไก่เลี้ยงฮอร์โมน เน้นรับประทานปลา
  • งดอาหารหมักดอง เช่น ผักกาดดอง ปลาร้า ปลาเค็ม กะปิ ขนมจีน
  • งดนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น โยเกิร์ต ชีส
  • งดแป้้งสาลี ขนมปัง เบเกอรี ขนมหวาน
  • งดผลไม้ที่มียางและมีฤทธิ์ร้อน เช่น มะม่วง ทุเรียน
  • งดแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม
  • งดบุหรี่
  • ควบคุมความเครียด
  • ไม่ควรนอนดึก

 

    ข้อควรปฎิบัติสำหรับผู้มีปัญหาสะเก็ดเงิน

  • ควบคุมดูแลเรื่องอาหาร
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ
  • ตากแดดอ่อนๆ ตอนเช้าครั้งละ 15 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการแกะ เกา ขัดผิว
  • ดูแลอย่าให้น้ำหนักเกิน
  • กินสมุนไพรที่มีสรรพคุณขับพิษลำไส้ ขับน้ำเหลืองเสีย อาทิ ชุมเห็ด หญ้าปักกิ่ง ชาดีท๊อกซ์
  • กินสมุนไพรที่มีสรรพคุณปรับสมดุลร่างกายให้เป็นด่าง ลดพิษร้อน อาทิ น้ำใบย่านาง น้ำใบบัวบก น้ำคลอโรฟิลล์
         ภาวะการถอนสเตียรอยด์
         ผู้ที่เป็นสะเก็ดเงินที่ต้องกินยากดภูมิ mtx ทายา หรือฉีดยาสเตียรอยด์นั้น อาจทำให้ผู้มีอาการไม่หายขาด เป็นเรื้อรัง หรือเป็นๆ หายๆ เมื่อหยุดยาก็กลับไปเป็นอีก ฉะนั้นการถอนสเตียรอยด์ คือการค่อยๆ ลดๆ ปริมาณการใช้ยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน ทั้งนี้สามารถวัดได้จากผลตรวจค่าตับและไต หากได้รับปริมาณยาสะสมมานานก็อาจเป็นอันตรายต่อตับและไตดังที่กล่าวมาได้ แต่หากสภาพผื่นผิวหนังผลตรวจค่าตับและไตยังคงปกติ หากผู้ที่มีอาการยังพึงพอใจ ก็ขอให้อยู่กับวิธีการดูแลในแบบแพทนย์แผนปัจจุบันต่อไป เพียงแต่ให้เฝ้าระวังวิธีการใช้ยา และปริมาณยาให้อยู่ในขอบเขตที่ไม่เป็นอันตรายกับสุขภาพโดยรวม แต่ถ้าสภาพผื่นผิวหนัง ผลตรวจค่าตับและไตไม่ปกติ และหากผู้มีอาการไม่พึงพอใจกับวิธีการดูแลโดยยาแผนปัจจุบัน แนะนำให้ศึกษาวิธีการของแพทย์ทางเลือก
 
         โดยมากเมื่อเริ่มถอนสเตียรอยด์ออกไป จะมีผื่นและน้ำเหลืองเสียขึ้นมาก ตอบไม่ได้ว่าต้องใช้เวลากี่เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าผ่านการใช้ยามานานและมากน้อยแค่ไหน การดูแลด้วยวิธีของแพทย์ทางเลือกต้องอดทนและมีวินัย ผื่นจะค่อยๆ ดีขึ้นและสุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรงขึ้น เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัวมากขึ้น
 
Visitors: 24,530