สมุนไพรว่านหางช้าง

ว่านหางช้าง

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Belamcanda chinensis (L.) DC. ส่วนชื่ออื่นๆ คือ หางช้าง (ใต้) ว่านมีดยับ, ว่านแม่ยับ (เหนือ), ตื่นเจะ (ม้ง), ว่านพัดแม่ชีม และ เชื่อกัง (จีน) ว่านหางช้างเป็นพืชที่นิยมปลูกในลักษณะเป็นไม้ประดับ ซึ่งจะมีความเชื่อว่าช่วยเสริมโชคลาภความสง่างามให้แก่เจ้าของบ้านได้ อีกทั้งยังมีความเชื่ออีกอย่างว่าว่านหางช้างเป็นว่านที่เมื่อนำมาปลูกไว้หน้าบ้านจะช่วยป้องกันสิ่งอัปมงคลเข้าบ้านได้ด้วย ลักษณะของว่านหางช้างนั้นเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน และมีรากมาก ลำต้นบนดินสูงถึง 1.5 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยวใบออกบริเวณโคนต้น เรียงสลับซ้ายขวาในระนาบเดียวกัน ดอกออกเป็นช่อตั้งตรง เมื่อดอกบานกลีบดอกจะกางออก ด้านนอกมีสีเหลือง ส่วนด้านในและขอบกลีบมีสีส้ม มีจุดประสีแดงเข้มๆ ผลเมื่อแก่จะแตกอ้าออกเป็น 3 เสี่ยง มีเมล็ดอยู่พูละ 3-8 เมล็ด  

สรรพคุณ

ตำราสมุนไพรของหลายประเทศในแถบเอเชีย เช่น จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย  ใช้ว่านหางช้างผสมในตำรับยาบำรุงร่างกาย แก้ทอลซิลอักเสบ เป็นยาขับลม ขับเสมหะ ตำราจีนบางเล่มระบุว่า ใช้บำรุงธาตุ ด้วยการต้มน้ำดื่มวันละแก้ว หรือเอาเหง้าสดจำนวน 10-15 กรัม ต้มน้ำดื่มเช้าเย็นครั้งครึ่งแก้ว จะสามารถช่วยในเรื่อง “คางทูม” ได้  ส่วนสรรพคุณยาไทยบอกเอาไว้ว่า ใบ ดอก ต้น และรากมีรสร้อน แพทย์ในชนบทใช้ใบว่านหางช้าง 3 ใบมาปรุงยาต้มเป็นยาระบาย หรือบางคนจะใช้ทั้งต้นแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้  

ส่วนใหญ่แล้วมักใช้ประโยชน์จากส่วนของราก เหง้าสด ใบ และเนื้อในลำต้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยน้ำต้มที่ได้จากการสกัดหรือน้ำแช่สกัดจากเหง้า มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อกลาก และยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดหนอง และเชื้อที่ทำให้เกิดคออักเสบได้

ความเชื่อ

สมัยโบราณเชื่อว่า นำเอาว่านหางช้างมาปลูก เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ หรือให้เป็นสิริมงคลแก่คนในบ้าน คนโบราณเชื่อกันว่า ถ้าปลูกว่านหางช้างไว้ในบ้าน เมื่อถูกคุณไสยจะสามารถช่วยแก้ได้

รายงานผลการวิจัย 

  • จากโครงการวิจัยเรื่องศึกษาการเพาะกล้วยไม้ว่านหางช้างด้วยเทคโนโลยีชาวบ้านเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนบ้านบางติบ เมื่อได้ทำงานวิจัยนี้จนจบโครงการแล้ว พบว่านอกจากจะได้องค์ความรู้ในการเพาะกล้วยไม้ว่านหางช้างด้วยเทคโนโลยีชาวบ้านแล้ว ยังพบองค์ความรู้อื่นๆ ด้านสรรพคุณทางยาอีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้เพราะพบสรรพคุณด้านความงาม คือการรักษาผิวหน้าที่เคยเป็นฝ้าหรือกระต่างๆ ให้ค่อยๆ จางหายไป 

 

  • การวิจัยของมาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ศึกษาค้นคว้าวิจัยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และสารประกอบฟีนอลทั้งหมดของสารสกัดจากใบว่านหางช้าง และศึกษาการทำชาจากใบว่านหางช้าง โดยใช้ตัวทำละลายเป็นน้ำและเอทานอล เพื่อทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของของสารสกัดว่านหางช้าง เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพ
 
  • ผลการทดลองกับผู้ป่วยพบว่าน้ำต้มของเหง้าใช้ชะล้างแก้อาการผื่นคันได้ผลดี
Visitors: 23,649