สมุนไพรรางจืด

รางจืด ราชาแห่งการถอนพิษ

ชื่อวิทยาศาสตร์: Thunbergia laurifolia เป็นสมุนไพรที่ได้รับการขนานนามว่า “ราชาแห่งการถอนพิษ” มีชื่อพื้นเมืองอื่นๆ ตามภูมิภาค เช่น ภาคกลาง เรียกว่า กำลังช้างเผือก เครือเขาเขียว ขอบชะนาง ยาเขียว ภาคใต้ ยะลา เรียกรางเย็น ปัตตานี เรียก ดุเหว่า ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เรียก พอหน่อเตอ เพชรบูรณ์ เรียก แอดแอ

รางจืดเป็นไม้เลื้อย หรือไม้เถา มีลักษณะเนื้อแข็งเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ เถาจะมีลักษณะเป็นข้อปล้องกลม มีสีเขียวสด หรือสีเขียวเข้ม ดอกเป็นสีม่วงอ่อนๆ หรือสีคราม ออกดอกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ

สรรพคุณ

ใบ เถา และรากของรางจืด มีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะราก มีสรรพคุณทางยาที่ให้ผลมากกว่าที่ใบถึง 4-7 เท่า ! ต่อไปนี้คือสรรพคุณของรางจืด

1. ใบและรากช่วยต่อต้านการอักเสบ และอาการแพ้ต่างๆ เช่น ผดผื่นคัน แมลงสัตว์กัดต่อย เริม งูสวัด อีสุกอีใส

2. ใบและรากใช้ถอนพิษ และ ช่วยในเรื่องอาการปวดแสบปวดร้อนจากไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้

3. รากและเถาใช้รับประทานเป็นยาแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ

4. ใบและรากช่วยในการล้างพิษที่ตกค้างอยู่ในเลือด โดยสามารถใช้ขับพิษสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช และยาฆ่าหญ้า ทั้งป้องกันสมองถูกทำลายจากสารพิษได้อีกด้วย

5. ใบและรากช่วยแก้พิษจากสัตว์ที่เป็นพิษและพืชที่เป็นพิษ เช่น แมงดาไฟ แมงดาทะเล และปลาปักเป้า

6. ใบและรากมีสรรพคุณช่วยแก้อาการเมาค้าง และสามารถลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดลงได้

7. รากของรางจืดสามารถนำมาฝนกับน้ำซาวข้าวแล้วนำไปทาหน้า จะทำให้หน้าขาวผ่องใส ไร้สิวฝ้า

งานวิจัยรองรับ

• พ.ศ. 2554 รางจืดได้รับการคัดเลือกเป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรรายการหนึ่งใน “บัญชียาจากสมุนไพร” ในส่วนของเภสัชตำรับโรงพยาบาลในบัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) โดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายผลักดันให้มีการปลูกและการใช้ทั่วประเทศ และนำรางจืดมาใช้ขับพิษสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ในเลือดเกษตรกร ที่พบค่าเฉลี่ยสูงกว่าร้อยละ 51 ในโครงการ เกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ กายจิตผ่องใส โดยทำการตรวจเกษตรกรทั้งหมด 14.1 ล้านคนทั่วประเทศ สัมพันธ์กับการทดลองของ นพ. ปัญญา อิทธิธรรม ที่ทดลองเก็บข้อมูลการใช้สมุนไพรรางจืดในเกษตรกรซึ่งสัมผัสสารฆ่าแมลง ทั้งกลุ่มไม่ปลอดภัย กลุ่มเสี่ยง กลุ่มปลอดภัย โดยตรวจจากระดับเอนไซม์ในร่างกายที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้รับสารพิษนี้ พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มที่กินและไม่ได้กินสารสกัดน้ำรางจืด แต่ยังสรุปไม่ได้ชัดเจนเพราะมีปัจจัยที่แตกต่างของพื้นฐานร่างกายอื่นๆ ของอาสาสมัคร เช่น ความแข็งแรง อายุ เป็นต้น

• พ.ศ. 2553 จิตบรรจง ตั้งปอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พบว่าสารประกอบในใบรางจืดช่วยป้องกันการตายของเซลล์ประสาทของหนูทดลองที่ได้รับพิษจากสารตะกั่ว จึงสามารถป้องกันการสูญเสียการเรียนรู้และความจำได้อย่างมีนัยสำคัญ

• พ.ศ. 2551 สุชาสินี คงกระพันธ์ ใช้สารสกัดแห้งใบรางจืดป้อนหนูทดลองที่ได้รับยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟตชื่อมาราไธออน พบว่าช่วยชีวิตได้ 30%

• กุมภาพันธ์ 2551 มีข่าวเรื่องน้ำคั้นใบรางจืดช่วยชีวิตผู้ป่วยอาการหนักมากจากพิษแมงดาทะเล ซึ่งได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แสดงว่ารางจืดมีสรรพคุณในการกำจัดพิษในร่างกายตามที่ตำรายาไทยระบุไว้

• พ.ศ. 2548 พรเพ็ญ เปรมโยธิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานผลว่าสารสกัดน้ำรางจืดสามารถลดพิษแอลกอฮอล์ที่ตับลงได้ ทั้งในหลอดทดลองและในหนูทดลอง นอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดน้ำใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย

• พ.ศ. 2523 อาจารย์พาณี เตชะเสน และคณะมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้น้ำคั้นใบรางจืดป้อนหนูทดลองที่กินยาฆ่าแมลง “โฟลิดอล” พบว่าแก้พิษได้ ลดอัตราการตายลงจาก 56% เหลือเพียง 5% เท่านั้น

• พ.ศ. 2521 นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นกลุ่มแรกที่ทดลองป้อนผงรากรางจืดให้หนูทดลองก่อนให้น้ำยาสตริกนินแต่พบว่าไม่ได้ผล หนูชักและตาย แต่ถ้าผสมกับน้ำยาสตริกนินก่อนป้อน พบว่าหนูทดลองไม่เป็นอะไร แสดงว่าผงรากรางจืดสามารถดูดซับสารพิษชนิดนี้เอาไว้

• รางจืดออกฤทธิ์ต้านพิษของตะกั่วต่อสมอง มีงานวิจัยระบุว่ารางจืดแม้จะไม่ได้ช่วยลดระดับตะกั่วในเลือดของหนูที่เราให้ตะกั่วเข้าไป แต่ไปช่วยลดพิษของตะกั่วต่อความจำและการเรียนรู้ของหนู และทำให้เซลล์ประสาทตายน้อยลง ด้วยกลไกการต้านออกซิเดชัน โดยตัวของรางจืดเองและการไปช่วยรักษาระดับเอนไซม์ที่เกี่ยวข้อง

• รางจืดช่วยลดและเลิกยาบ้า จากการที่ชาวบ้านนำรางจืดมาแก้พิษยาเสพติดภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงได้ศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดรางจืดต่อเซลล์สมอง พบว่ารางจืดมีฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับสารเสพติดแอมเฟทามีน และโคเคน โดยทั่วไปเพิ่มการหลั่งโดพามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่หลั่งมากในขณะที่ผู้ป่วยได้รับสารแอมเฟทามีน รวมทั้งไปเพิ่ม activity ของเซลล์ประสาทในสมองส่วน nucleus accumbens , globus pallidus,amygdala,frontal cortex ,caudate putamen and hippocampus ที่เกี่ยวข้องกับ reward and locomotor behaviour ทำให้คาดว่าในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยสารสกัดรางจืดอาจเกิดความพึงพอใจเช่นเดียวกับการรับยาเสพติด หากนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยจะทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องทุรนทรายมาก จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่การรักษาด้วยสมุนไพรรางจืดได้ผล

เอกสารอ้างอิง : http://www.medplant.mahidol.ac.th, www.doctor.or.th http://www.publicpostonline.net

Visitors: 24,529